ไม่มีบทความ
ไม่มีบทความ

โครงร่างงานวิจัย

ชื่อปัญหาการวิจัย
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทากงการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังการสอน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องสมองของมนุษย์ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลพนอม กศน.ท่าอุเทน

ความสำคัญของปัญหา
ปัจจุบันในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลพนอม ได้ลงพื้นที่พบกลุ่มเป็นรายวิชาที่ต้องเชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับความเป็นจริง และสามารถมองเห็นภาพของเนื้อหา แต่ที่ได้ลงพื้นที่ปรากฏว่านักศึกษาไม่สามารถมองภาพออกได้ จึงทำให้ไม่เข้าใจ เพราะบางเนื้อหายากเกินกว่าที่จะสอนได้ เนื่องจาก ขาดสื่อ และอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย ดังนั้นจึงได้มีการผลิตสื่อที่เรียกว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ขึ้นมาเพื่อช่วยทดแทนสื่อการเรียนการสอนในบางเนื้อหาสาระที่ไม่มีสื่อ ส่วนเนื้อหาสาระที่ไม่ยากมากก็จะใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่บูรณาการได้สอนไปก่อน โดยจะผลิตสื่อเรื่องสมองของมนุษย์ เป็นแผ่น CD-Rom และเป็นไฟล์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่จะสามารถเรียกใช้ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่ศูนย์การเรียนก็ได้ โดยจะใช้โปรแกรมที่จะผลิตสื่อดังนี้ MS-PowerPoint 2007 และ Autherwere ตามความเหมาะสมต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องสมองของมนุษย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องสมองของมนุษย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ตัวแปรที่ศึกษา
- ตัวแปรต้น การสอนโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องสมองของมนุษย์
- ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสมองของมนุษย์

นิยามศัพท์เฉพาะ
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มาจากภาษาอังกฤษว่า Computer Assisted Instruction หรือใช้คำย่อว่า CAI และมีผู้ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไว้หลายท่าน ดังนี้

เคแอล ชินน์ ( K.L. Zinn. 1976 : 28 ) ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์แสดงการฝึกฝน ฝึกหัดแบบฝึกหัดและบททบทวนลำดับบทเรียนให้แก่นักศึกษาและบางส่วนที่ช่วยนักศึกษาในด้านการโต้ตอบเกี่ยวกับเนื้อหาของการเรียนการสอน”

พรีนิส ( Prenis. 1977 : 20 ) ได้ให้ความหมายว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง คอมพิวเตอร์ที่ช่วยทำให้นักศึกษาเรียนรู้รายวิชาไปทีละขั้นตอน โดยขณะที่มีการเรียนการสอนที่ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของนักศึกษานั้น คอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่ ถามคำถามให้ คอมพิวเตอร์สามารถย้อนกลับไปสู่รายละเอียดที่ผ่านมาแล้วได้ หรือสามารถให้การฝึกฝนซ้ำให้แก่นักศึกษาได้

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( กระทรวงศึกษาธิการ. 2528 : 1) ได้ให้ความหมายได้ดังนี้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสอนวิชาต่าง ๆ ให้มนุษย์ โดยการนำเนื้อหาวิชาและลำดับวิธีการสอนมาบันทึกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ใช้ช่วยสอนโดยให้เครื่องกับผู้เรียนโต้ตอบกันเอง ทั้งนี้จะรวมถึงการสอนให้รู้จักเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์แต่ไม่รวมถึงการสอนคนให้รู้จักวิธีใช้คอมพิวเตอร์หรือรู้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร คอมพิวเตอร์จึงเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ครูนำมาใช้เป็นสื่อในการสอน

ยืน ภู่วรวรรณ (2531 : 120-129) ได้กล่าวถึงคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้นำเนื้อหาวิชาและลำดับวิธีการสอนมาบันทึกเก็บไว้ คอมพิวเตอร์จะช่วยนำบทเรียนที่เตรียมไว้อย่างเป็นระบบมาเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับ นักศึกษา แต่ละคน

พวงเพชร วัชรรัตนพงค์ (2526 :16) ได้กล่าวไว้ว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือการนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยครูในการเรียนการสอน นักศึกษาเรียนรู้เนื้อหา บทเรียน และฝึกฝนทักษะจากคอมพิวเตอร์ แทนที่จะเรียนจากครูในบางวิชาบางบทเรียน การเรียนการสอนกับคอมพิวเตอร์จะถูกดำเนินไปเป็นระบบ คอมพิวเตอร์จะสามารถชี้ที่ผิดของนักศึกษาได้ เมื่อนักศึกษากระทำผิดขั้นตอนและคอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอนยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนองความแตกต่างของความสามารถระหว่างบุคคลของนักศึกษาได้อีกด้วย

จากความหมายที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปความหมายของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไว้ว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง การนำคอมพิวเตอร์กับโปรแกรมบทเรียนมาช่วยในการเรียนการสอน มีการวางแผนเนื้อหาวิชาอย่างเป็นขั้นตอน สามารถตอบสนองกับผู้เรียน มีการทบทวน การทำแบบฝึกหัด และการประเมินผล

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมองของมนุษย์ หมายถึง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถของนักศึกษาในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสมองของมนุษย์ ซึ่งพิจารณาจากการตอบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นตามตารางวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อวัดพฤติกรรมด้านความรู้ และความคิด (Cognitive Domain) ในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ตามแนวคิดของบลูม (สมบูรณ์ ชิตพงศ์.2523 : 12-31 ; อ้างอิง Benjamin S. Bloom) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยกำหนดพฤติกรรมที่ต้องการวัดเป็น 6 ด้าน คือ ความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่า

3. นักศึกษา หรือ นักศึกษา ในความหมายโดยรวมผู้ที่เข้าเรียนใน โดยแบ่งเป็น นักศึกษา หมายถึงผู้เข้าเรียนในระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และคำว่า นักศึกษา หมายถึงผู้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา หรือระดับที่สูงขึ้นไป ในประเทศไทยมีกฎหมายให้บุคคลทุกคนต้องจบการศึกษาขั้นต่ำในระดับ ประถมศึกษาปีที่ 6

ไปเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นักศึกษา หมายถึง ผู้มีความรู้สอบไล่ได้ไม่ตํ่ากว่ามัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตร ของกระทรวงศึกษาธิการหรือมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ/เทียบเท่า ซึ่งเข้ารับการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา.



ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. นักศึกษา
วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการแก้ปัญหา
1. ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ประชากรคือ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศรช.พนอม ภาคเรียนที่ 1/2553 จำนวน 1 คน
กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศรช.พนอม ภาคเรียนที่ 1/2553จำนวน 1 คน ที่มีปัญหาในการเรียนเรื่องสมองของมนุษย์

2. เครื่องมือที่ใช้
ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI ) เรื่องสมองของมนุษย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน

3. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เก็บรวมรวมข้อมูลจาก นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศรช.พนอม ภาคเรียนที่ 1/2553 จำนวน 1 คน

4. สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ใช้ค่าเฉลี่ยและร้อยละ

แผนการดำเนินการ
1. วางแผนและเขียนโครงร่าง 7 วัน
2. ปฏิบัติการตามแผน 4 เดือน
3. เก็บข้อมูล 1 เดือน
4. วิเคราะห์ 15 วัน
5. สรุปผลและเขียนรายงาน 15 วัน


ผู้เสนอโครงการวิจัย
นายกันตภณ นฤวัตปกรณ์